<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
	<channel>
		<atom:link href="https://suannonboard.com/extern.php?action=feed&amp;tid=2033&amp;type=rss" rel="self" type="application/rss+xml" />
		<title><![CDATA[Suannon Board / ความจริง..ที่ไม่มีใครปฏิเสธ?]]></title>
		<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?id=2033</link>
		<description><![CDATA[The most recent posts in ความจริง..ที่ไม่มีใครปฏิเสธ?.]]></description>
		<lastBuildDate>Thu, 13 Sep 2007 05:52:23 +0000</lastBuildDate>
		<generator>FluxBB</generator>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: ความจริง..ที่ไม่มีใครปฏิเสธ?]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=87945#p87945</link>
			<description><![CDATA[<p>เหมือนเคยเห็นชื่อจขกท. ไปตั้งกระทู้ในบอร์ดสารคดีนะ <img src="https://suannonboard.com/img/smilies/hmm.png" width="15" height="15" alt="hmm" /></p><p>ตอนนั้นแฟนส่งลิ้งค์เว็บมาให้ดูไง <img src="https://suannonboard.com/img/smilies/lol.png" width="15" height="15" alt="lol" /> อิอิ</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (MiyaCatZ)]]></author>
			<pubDate>Thu, 13 Sep 2007 05:52:23 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=87945#p87945</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: ความจริง..ที่ไม่มีใครปฏิเสธ?]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=87821#p87821</link>
			<description><![CDATA[<p>หูหูสุดยอดเลยอ่า!!!!!!!~</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (Maprangskn31>1/10<)]]></author>
			<pubDate>Wed, 12 Sep 2007 11:57:45 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=87821#p87821</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: ความจริง..ที่ไม่มีใครปฏิเสธ?]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=82363#p82363</link>
			<description><![CDATA[<p>เหอะๆ โดนอย่างแรง:|</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (yuki)]]></author>
			<pubDate>Tue, 31 Jul 2007 16:14:20 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=82363#p82363</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: ความจริง..ที่ไม่มีใครปฏิเสธ?]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=82232#p82232</link>
			<description><![CDATA[<p>เอ่อ....</p><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><p>....</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (calliope)]]></author>
			<pubDate>Mon, 30 Jul 2007 18:17:00 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=82232#p82232</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ความจริง..ที่ไม่มีใครปฏิเสธ?]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=81898#p81898</link>
			<description><![CDATA[<p>..อยากปฏิเสธความตาย.. พอมีหนทางมั๊ย?</p><p>ตอบ.. ไม่เกิด ก็ไม่ตาย</p><br /><p>ศาสนาพุทธ เกิดจากความกลัวแก่ กลัวเจ็บ กลัวตาย ต้องการหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง และต้องการเข้าถึงสุขแท้สุขถาวรที่ไม่ต้องกลับมาทุกข์อีก (1)</p><p>&#160; &#160; &#160; เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะมีพระชนมายุ ๒๙ พรรษาพระองค์เสด็จออกประพาสอุทยาน ขณะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น พระองค์ได้พบกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนั่นคือ คนแก่ คนเจ็บและคนตาย ทำให้พระองค์ทรงหวั่นวิตกว่า &quot;อีกไม่นานเราเองก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตายอย่างนี้เหมือนกัน ทำอย่างไรหนอ เราจะรอดพ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้? เมื่อมีร้อนก็มีหนาวแก้ เมื่อมีมืดก็มีสว่างแก้ เมื่อมีความแก่ความเจ็บและความตาย ก็ต้องมีวิธีแก้อย่างแน่นอน เราจะหาวิธีการนั้นให้พบให้จงได้&quot; จากนั้นพระองค์จึงตัดสินพระทัยทิ้งราชสมบัติ ทิ้งกองเงินกองทองออกจากพระราชวังไปนั่งให้ยุงกัดอยู่กลางป่า(2) </p><br /><br /><p>พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร?</p><p>......พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งกฎธรรมชาติว่า สัตว์ทุกชีวิตเคยเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน(3) ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่กันมาก่อนหาได้ยาก(4) บางชาติเกิดเป็นเทวดา บางชาติเป็นมนุษย์ บางชาติเป็นสัตว์เดรัจฉาน บางชาติเกิดเป็นเปรต/อสุรกาย บางชาติต้องตกนรก ต้องเวียนว่ายตาย-เกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ตามอำนาจบุญและบาปที่ตนเองได้ทำไว้ เหตุการณ์ทุกอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ไม่มีคำว่าโชคหรือบังเอิญ ทุกอย่างเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของเราในอดีตทั้งสิ้น(5) <br />เมื่อเรายังต้องเกิดอีก สิ่งที่จะตามมาด้วย คือ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย และความทุกข์กายทุกข์ใจ ดั่งพระจาลาภิกษุณีกล่าวว่า &quot; ความตายย่อมมีแก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว ผู้ที่เกิดมาแล้วย่อมประสบทุกข์ เพราะเหตุนี้แลเราจึงไม่ชอบความ เกิด&quot;(6) <br />ฉะนั้น วิธีที่จะรอดพ้นจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย และความทุกข์ทั้ง ปวงได้ ก็มีอยู่เพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ&quot;การไม่เกิดอีก&quot; เพราะเมื่อไม่เกิดอีก เราก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย และไม่ต้องทุกข์อีกต่อไป(7) </p><p>จุดมุ่งหมายพระพุทธศาสนา<br />เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ เจริญวิปัสสนาภาวนาจนบรรลุเข้าสู่ มรรค ผล นิพพาน ตัดกระแสธรรมชาติให้ขาดสะบั้นลงได้อย่างเด็ดขาดสิ้นเชิง กำจัดสาเหตุที่ก่อให้เกิดการถือกำเนิดในภพใหม่(8) สิ่งที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องเกิดอีกไม่มีที่สิ้นสุดก็คือความต้องการของสรรพสัตว์เองหรือที่เรียกว่า &quot;กิเลสตัณหา&quot;(9) <br /> &#160; &#160; พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า &quot; อานนท์ กรรมชื่อว่าเป็นไร่นา วิญญาณชื่อว่าเป็นพืช ตัณหาชื่อว่ายางเหนียวในเมล็ดพืช วิญญานดำรงอยู่ได้ เพราะธาตุหยาบของสัตว์ มีความหลงไม่รู้ความจริงเป็นเครื่องปิดกั้น มีตัณหา เป็นเชื้อเครื่องผูกเหนี่ยวใจไว้ การเกิดใหม่จึงมีต่อไปอีก(10) ตัณหาทำให้สัตว์ต้องเกิดอีก จิตของสัตว์ย่อมแล่นไป สัตว์ที่ยังต้องเวียนว่ายในสังสารวัฏฏ์ย่อมไม่อาจ หลุดพ้นจากทุกไปได้&quot;(11)<br />เมื่อมนุษย์เจริญวิปัสสนาจนเกิดมรรคจิตครบ ๔ ครั้ง ก็จะกำจัดกิเลสตัณหา ในจิตของตนเองให้หมดสิ้นไปได้อย่างสิ้นเชิง(12) เขาจะไม่ต้องเกิดใหม่อีกต่อไป เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์มะม่วงที่มียางเหนียวอยู่ภายใน ถ้านำไปปลูกจะงอกเป็น ต้นมะม่วงได้อีก แต่ถ้านำไปต้มกำจัดยางเหนียวให้หมดไป จากนั้นนำไปปลูกโดย วิธีใดก็ตามจะไม่งอกอีกแล้ว กิเลสตัณหาในดวงจิตของเราก็เช่นกัน<br />&#160; &#160; &#160; แต่ถ้าหากไม่สามารถทำมรรคจิตให้เกิดครบ ๔ ครั้งได้ แม้เกิดเพียงครั้งเดียวก็จัดว่าเข้าสู่กระแสแล้ว(โสดาบัน) ก็ไม่ต้องตกนรก/ทุกข์ในอบายอีกต่อไป และจะบรรลุอรหันต์ได้เองโดยอัตโนมัติภายในระยะเวลาไม่เกิน ๗ ชาติ(13)</p><p>กรรมฐาน<br />กรรมฐาน เป็นศาสตร์หนึ่งที่มีอยู่ในจักรวาลเหมือนกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ต่างกันแต่ศาสตร์นี้ต้องศึกษาวิจัยในห้องแลปร์คือจิตล้วน ๆ และ มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ความหลุดพ้นจากทุกทั้งปวง ศาสตร์นี้เป็นกลไกที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ยากที่มนุษย์จะเข้าถึงได้ สิ่งที่สามารถเข้าถึงและแทงตลอดกฏเกณฑนี้ได้มีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือจิตที่ทรงพลานุภาพ&#160; ตามธรรมดาแล้วมนุษย์ล้วนมีจิตกันทุกคน แต่จิตธรรมดาจะกลายเป็นจิตที่ทรงพลานุภาพได้นั้นต้องอาศัยการบ่มเพาะเป็นเวลานาน&#160; &#160; คัมภีร์อรรถกถาบอกว่า ต้องใช้เวลานานถึง ๔ อสงไขยกับแสนกัปเลยทีเดียว(14)&#160; ด้วยเหตุนี้ นาน ๆ จึงจะมีดวงจิตที่ทรงพลานุภาพมาปฏิสนธิสักครั้งหนึ่ง โลกใบนี้อุบัติขึ้นประมาณ ๔,๕๐๐ ล้านปีมาแล้ว&#160; ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานมาก&#160; แต่ดวงจิตที่ทรงพลานุภาพมาปฏิสนธิแค่เพียง ๔ ครั้งเท่านั้น(15)&#160; &#160; ครั้งสุดท้ายมาปฏิสนธิ เมื่อ ๒๖๒๗ ปีก่อนนี้เอง ผู้นั้นเราเรียกกันว่า &quot;พระสัมมาสัมพุทธเจ้า&quot;<br /> &#160; &#160; เรื่องกรรมฐานนี้ มนุษย์ทั่วโลกได้พยายามค้นคว้าและเข้าถึงมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยบารมีไม่เพียงพอจึงเข้าถึงได้เพียงครึ่งเดียว&#160; &#160; คนกลุ่มนั้นก็คือพวกฤษีและศาสดาต่าง ๆ พวกท่านสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้&#160; มีฤทธิ์เดชมากมาย&#160; แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดกิเลสในจิตตนเองให้หมดสิ้นไปได้(16)&#160; &#160;ยังมีความโลภ โกรธ เกลียดอยู่&#160; ท่านเหล่านี้เข้าถึงได้เพียงแค่ระดับฌานสมาบัติเท่านั้น&#160; ยังไม่สามารถเข้าถึงวิปัสสนาปัญญา บรรลุมรรค ผล นิพพานได้(17) <br /> &#160; &#160; สมถกรรมฐาน (18) คือ การกำหนดจิตอยู่กับสิ่งใด สิ่งหนึ่งที่เหมาะสม เช่น ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นต้น(19) ใส่ใจแต่เฉพาะอาการเข้า อาการออกของลมหายใจเท่านั้น โดยไม่สนใจสิ่งอื่น แม้แต่ความคิดก็ไม่สนใจหายใจเข้า หายใจออกตามปกติธรรมด่า มีสติระลึกรู้อยู่ในขณะปัจจุบัน มีสติระลึกรู้อยู่อย่างนี้นับร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้งจนจิตตั้งมั่น แนบแน่นอยู่ กับลมหายใจนิ่งเป็นสมาธิ แล้วกำหนดรู้อาการนิ่งสงบของจิต จนนิ่งเป็นอุเบกขา เมื่อถึงขั้นนี้จะน้อมจิตไปทำสิ่งใดก็จะสำเร็จได้ดั่งใจหมาย เช่น สามารถ กำหนด รู้ความคิดของคนอื่นได้เป็นต้น(20)<br /> &#160; &#160; เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช พระองค์ได้ไปศึกษาศาสตร์นี้จากสำนักฤษีต่างๆ ที่มีอยู่ในสมัยนั้นจนหมดความรู้อาจารย์ แต่เมื่อออกจากสมาธิ กิเลสตัณหาก็ยังมีอยู่เท่าเดิม ยังมีความกลัวความกังวลอยู่ พระองค์จึงตัดสินพระทัยศึกษาค้นคว้าหาวิธีดับทุกข์ด้วยพระ องค์เอง ด้วยการเจริญวิปัสสนา(21)<br /> &#160; &#160; เมื่อเกิดวิปัสสนาปัญญญารู้แจ้งอยู่ไปตามลำดับครบ ๑๖ขั้นจะบรรลุ โสดาบัน เที่ยวที่ ๒ บรรลุสกทาคามี เที่ยวที่ ๓ บรรลุอนาคามี เที่ยวที่ ๔บรรลุพระอรหันต์เข้าถึงพระนิพพาน(22) ดับทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงไม่ต้องเกิดใหม่อีกต่อไป เมื่อไม่ต้องเกิดอีกก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย และไม่ต้องทุกข์ กายทุกข์ใจอีกต่อไป การตายอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จึงเรียกว่าดับขันธปรินิพพาน ดับทั้งกายดับทั้งจิต ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป <br />อ้างอิง..พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(เล่มที่ / หน้าที่) <br />1. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก. ๒๕/๔๗๖,๓๑/๔๐๐<br />2. ดูรายละเอียดใน ไตรปิฎก. ๑๐/๑-๑๐<br />3. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก. ๑๖/๒๒๓<br />4. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๖/๒๒๗<br />5. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๔/๓๕๐-๓๖๕<br />6. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๕/๒๒๓<br />7. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๙/๕๓๔<br />8. ดูรายละเอียดพระไตรปิฎก.๑๑/๒๒๒ ,อรรถกถาอังคุตตรนิกาย(บาลี)๑/๑๖๔<br />9. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๕/๖๘<br />10. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๒๐/๓๐๑<br />11. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๕/๗๐<br />12. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๓๑/๙๗<br />13. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๑๙/๕๔๔, ๑๔/๑๘๖, ๒๐/๓๑๕, ๒๕/๑๒<br />14. ดูรายละเอียด ในวิสุทฺธชนวิลาสินี(บาลี)๑/๑๒๐<br />15. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๓๓/๗๒๓<br />16. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๒๐/๓๘๐ , ๒๕/๒๙๒<br />17. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๑๓/๓๙๖,อรรถกถามัชฌิมนิกาย(บาลี) ๑/๑๙๙<br />18. ดูรายละเอียด ในวิสุทฺธิมรรค(บาลี)๑/๑๓๒-๑๔๙<br />19. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๑๒/๑๐๑<br />20. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๑๐/๑๔๒, ๒๒/๓๖<br />21. ดูรายละเอียดพระไตรปิฎก.๑๙/๔๖๑,อรรถกถาอังคุตตรนิกาย(บาลี)๑/๘๑๓๓<br />22. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๓๑/๑-๑๖,๒๕/๗๒๐</p><p>http://dungtrin.com/</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (montasavi)]]></author>
			<pubDate>Sun, 29 Jul 2007 02:45:53 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=81898#p81898</guid>
		</item>
	</channel>
</rss>
