<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
	<channel>
		<atom:link href="https://suannonboard.com/extern.php?action=feed&amp;tid=2076&amp;type=rss" rel="self" type="application/rss+xml" />
		<title><![CDATA[Suannon Board / การกลับชาติมาเกิด]]></title>
		<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?id=2076</link>
		<description><![CDATA[The most recent posts in การกลับชาติมาเกิด.]]></description>
		<lastBuildDate>Sat, 11 Aug 2007 16:30:37 +0000</lastBuildDate>
		<generator>FluxBB</generator>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83776#p83776</link>
			<description><![CDATA[<p>อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด<br />ถ้าชาติหน้ามีจริง<br />ขอให้ได้เป็นลูกหม่าม้าคนนี้อีก100ชาติ1000ชาติเลยคะ</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (yuki)]]></author>
			<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 16:30:37 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83776#p83776</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83621#p83621</link>
			<description><![CDATA[<p>สาธุค่ะ&#160; ชาติหน้าจะเป็นยังไง จะเกิดเป็นอะไร เราก็ยังไม่รู้</p><p>แต่ที่รู้ๆ คือ ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดค่ะ <img src="https://suannonboard.com/img/smilies/smile.png" width="15" height="15" alt="smile" /></p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (Zee)]]></author>
			<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 10:41:18 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83621#p83621</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83604#p83604</link>
			<description><![CDATA[<p>อัลเบิร์ต ไอสไตน์ กล่าวถึงพระพุทธศาสนาก่อนเสียชีวิต </p><p>ถึงแม้อัลเบิร์ต ไอสไตล์ ได้จากโลกนี้ไปโดยที่เขายังไม่สามารถค้นพบตำตอบตามที่เขากำลังต้องการก็ตาม แต่ไอสไตล์ได้ทิ้งคำพูดที่เป็นปริศนาที่สำคัญมากให้กับมนุษยชาติ ในช่วงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของเขา อัลเบิร์ตได้เริ่มสงสัยแล้วว่า พระพุทธศาสนาอาจจะเป็นศาสนาที่ให้คำตอบต่อคำถามที่เขากำลังพยายามค้นหา&#160; ในช่วง 1 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนั้น มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน ได้ตีพิมพ์งานเขียนชิ้นหนึ่งของเขาชื่อเรื่อง &quot; The Human Side &quot; ซึ่งนักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลผู้นี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายให้เป็นปริศนาแห่งโลกอนาคตว่า </p><p>The&#160; religion&#160; of&#160; the&#160; future&#160; will&#160; be a cosmic religion. It should transcend personal God and avoid dogma and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If there is any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism. (Albert Einstein)&#160; &#160; </p><p>&quot;ศาสนาในอนาคต จะต้องเป็นศาสนาสากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรจะเว้นคำสอนแบบสิทธันต์ (คือเป็นแบบสำเร็จรูปที่ให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว) และแบบเทววิทยา(คือพึ่งเทวดาเป็นหลักใหญ่)&#160; &#160;ศาสนานั้นเมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ&#160; จึงควรมีรากฐานอยู่บนสามัญสำนึกทางศาสนาที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง&#160; คือ&#160; ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างเป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย&#160; &#160; พระพุทธศาสนาตอบข้อกำหนดนี้ได้<br />....ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา&quot; </p><p> &#160; &#160;&#160; &#160;อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ <br /> &#160; &#160; นักฟิสิกส์ ชาวเยอรมัน ผู้เสนอทฤษฏีสัมพัทธภาพ </p><p>คำพูดของไอสไตล์นั้นมีความนัยที่สำคัญซ่อนอยู่และรอคอยการค้นพบ และทฤษฎีเอกภาพหรือทฤษฎีสรรพสิ่งที่ต้องการค้นหานั้น ที่จริงพระพุทธเจ้าได้ตอบให้เบ็ดเสร็จก่อนหน้านั้น 2500 ปี</p><p>[1954, from Albert Einstein:The Human Side, edited by Helen Dukas and Banesh Hoffman, Princeton University Press]&#160; <br /> http://en.wikipedia.org/wiki/Albert_Einstein<br />http://www.mlahanas.de/Privat/quotations.htm&#160; &#160; &#160; &#160;http://members.shaw.ca/sanuja/buddhismquorts.html</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (montasavi)]]></author>
			<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 08:45:31 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83604#p83604</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83595#p83595</link>
			<description><![CDATA[<p>มันเป็นแค่วิธีการทำให้คนเชื่ออย่างหนึ่ง</p><p>ว่าถ้าทำดีชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเกิดอีก</p><p>จุดประสงค์คือให้คนทำความดี แค่นั้นเอง...</p><br /><p>เชื่อด้วยเหตุผล อย่าเชื่อเพราะมีคนบอกให้เชื่อ</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (godome)]]></author>
			<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 07:52:56 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83595#p83595</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83591#p83591</link>
			<description><![CDATA[<p>อยู่กับปัจจุบัน&#160; ..&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160;<img src="https://suannonboard.com/img/smilies/neutral.png" width="15" height="15" alt="neutral" /></p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (i.duxz !*)]]></author>
			<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 07:41:13 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83591#p83591</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83590#p83590</link>
			<description><![CDATA[<p>ชาติหน้ายังไม่แน่ แต่ชาตินี้ทำให้ดีที่สุดละกัน</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (VHP#27)]]></author>
			<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 07:27:02 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83590#p83590</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83550#p83550</link>
			<description><![CDATA[<p>ชาติหน้าเราๆชาวสวนนนท์บอร์ดจะได้มาคุยกันอีกมั้ยเนี่ย</p><p>เหอๆ <img src="https://suannonboard.com/img/smilies/yikes.png" width="15" height="15" alt="yikes" /></p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (MiyaCatZ)]]></author>
			<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 03:31:38 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83550#p83550</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83536#p83536</link>
			<description><![CDATA[<p><strong>พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร?</strong></p><p> &#160; &#160; พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งกฎธรรมชาติว่า สัตว์ทุกชีวิตเคยเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน(3) ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่กันมาก่อนหาได้ยาก(4) บางชาติเกิดเป็นเทวดา บางชาติเป็นมนุษย์ บางชาติเป็นสัตว์เดรัจฉาน บางชาติเกิดเป็นเปรต/อสุรกาย บางชาติต้องตกนรก ต้องเวียนว่ายตาย-เกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ตามอำนาจบุญและบาปที่ตนเองได้ทำไว้ เหตุการณ์ทุกอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ไม่มีคำว่าโชคหรือบังเอิญ ทุกอย่างเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของเราในอดีตทั้งสิ้น(5) </p><p>เมื่อเรายังต้องเกิดอีก สิ่งที่จะตามมาด้วย คือ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย และความทุกข์กายทุกข์ใจ ดั่งพระจาลาภิกษุณีกล่าวว่า &quot; ความตายย่อมมีแก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว ผู้ที่เกิดมาแล้วย่อมประสบทุกข์ เพราะเหตุนี้แลเราจึงไม่ชอบความ เกิด&quot;(6) </p><p>ฉะนั้น วิธีที่จะรอดพ้นจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย และความทุกข์ทั้ง ปวงได้ ก็มีอยู่เพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ&quot;การไม่เกิดอีก&quot; เพราะเมื่อไม่เกิดอีก เราก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย และไม่ต้องทุกข์อีกต่อไป(7) </p><br /><p>จุดมุ่งหมายพระพุทธศาสนา</p><p>เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ เจริญวิปัสสนาภาวนาจนบรรลุเข้าสู่ มรรค ผล นิพพาน ตัดกระแสธรรมชาติให้ขาดสะบั้นลงได้อย่างเด็ดขาดสิ้นเชิง กำจัดสาเหตุที่ก่อให้เกิดการถือกำเนิดในภพใหม่(8) สิ่งที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องเกิดอีกไม่มีที่สิ้นสุดก็คือความต้องการของสรรพสัตว์เองหรือที่เรียกว่า &quot;กิเลสตัณหา&quot;(9) </p><p> &#160; &#160; พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า &quot; อานนท์ กรรมชื่อว่าเป็นไร่นา วิญญาณชื่อว่าเป็นพืช ตัณหาชื่อว่ายางเหนียวในเมล็ดพืช วิญญานดำรงอยู่ได้ เพราะธาตุหยาบของสัตว์ มีความหลงไม่รู้ความจริงเป็นเครื่องปิดกั้น มีตัณหา เป็นเชื้อเครื่องผูกเหนี่ยวใจไว้ การเกิดใหม่จึงมีต่อไปอีก(10) ตัณหาทำให้สัตว์ต้องเกิดอีก จิตของสัตว์ย่อมแล่นไป สัตว์ที่ยังต้องเวียนว่ายในสังสารวัฏฏ์ย่อมไม่อาจ หลุดพ้นจากทุกไปได้&quot;(11)</p><p>เมื่อมนุษย์เจริญวิปัสสนาจนเกิดมรรคจิตครบ ๔ ครั้ง ก็จะกำจัดกิเลสตัณหา ในจิตของตนเองให้หมดสิ้นไปได้อย่างสิ้นเชิง(12) เขาจะไม่ต้องเกิดใหม่อีกต่อไป เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์มะม่วงที่มียางเหนียวอยู่ภายใน ถ้านำไปปลูกจะงอกเป็น ต้นมะม่วงได้อีก แต่ถ้านำไปต้มกำจัดยางเหนียวให้หมดไป จากนั้นนำไปปลูกโดย วิธีใดก็ตามจะไม่งอกอีกแล้ว กิเลสตัณหาในดวงจิตของเราก็เช่นกัน</p><p>&#160; &#160; &#160; แต่ถ้าหากไม่สามารถทำมรรคจิตให้เกิดครบ ๔ ครั้งได้ แม้เกิดเพียงครั้งเดียวก็จัดว่าเข้าสู่กระแสแล้ว(โสดาบัน) ก็ไม่ต้องตกนรก/ทุกข์ในอบายอีกต่อไป และจะบรรลุอรหันต์ได้เองโดยอัตโนมัติภายในระยะเวลาไม่เกิน ๗ ชาติ(13)</p><br /><br /><p>กรรมฐาน<br />กรรมฐาน เป็นศาสตร์หนึ่งที่มีอยู่ในจักรวาลเหมือนกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ต่างกันแต่ศาสตร์นี้ต้องศึกษาวิจัยในห้องแลปร์คือจิตล้วน ๆ และ มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ความหลุดพ้นจากทุกทั้งปวง ศาสตร์นี้เป็นกลไกที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ยากที่มนุษย์จะเข้าถึงได้ สิ่งที่สามารถเข้าถึงและแทงตลอดกฏเกณฑนี้ได้มีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือจิตที่ทรงพลานุภาพ&#160; ตามธรรมดาแล้วมนุษย์ล้วนมีจิตกันทุกคน แต่จิตธรรมดาจะกลายเป็นจิตที่ทรงพลานุภาพได้นั้นต้องอาศัยการบ่มเพาะเป็นเวลานาน&#160; &#160; คัมภีร์อรรถกถาบอกว่า ต้องใช้เวลานานถึง ๔ อสงไขยกับแสนกัปเลยทีเดียว(14)&#160; ด้วยเหตุนี้ นาน ๆ จึงจะมีดวงจิตที่ทรงพลานุภาพมาปฏิสนธิสักครั้งหนึ่ง โลกใบนี้อุบัติขึ้นประมาณ ๔,๕๐๐ ล้านปีมาแล้ว&#160; ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานมาก&#160; แต่ดวงจิตที่ทรงพลานุภาพมาปฏิสนธิแค่เพียง ๔ ครั้งเท่านั้น(15)&#160; &#160; ครั้งสุดท้ายมาปฏิสนธิ เมื่อ ๒๖๒๗ ปีก่อนนี้เอง ผู้นั้นเราเรียกกันว่า &quot;พระสัมมาสัมพุทธเจ้า&quot;</p><p> &#160; &#160; เรื่องกรรมฐานนี้ มนุษย์ทั่วโลกได้พยายามค้นคว้าและเข้าถึงมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยบารมีไม่เพียงพอจึงเข้าถึงได้เพียงครึ่งเดียว&#160; &#160; คนกลุ่มนั้นก็คือพวกฤษีและศาสดาต่าง ๆ พวกท่านสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้&#160; มีฤทธิ์เดชมากมาย&#160; แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดกิเลสในจิตตนเองให้หมดสิ้นไปได้(16)&#160; &#160;ยังมีความโลภ โกรธ เกลียดอยู่&#160; ท่านเหล่านี้เข้าถึงได้เพียงแค่ระดับฌานสมาบัติเท่านั้น&#160; ยังไม่สามารถเข้าถึงวิปัสสนาปัญญา บรรลุมรรค ผล นิพพานได้(17) </p><p> &#160; &#160; สมถกรรมฐาน (18) คือ การกำหนดจิตอยู่กับสิ่งใด สิ่งหนึ่งที่เหมาะสม เช่น ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นต้น(19) ใส่ใจแต่เฉพาะอาการเข้า อาการออกของลมหายใจเท่านั้น โดยไม่สนใจสิ่งอื่น แม้แต่ความคิดก็ไม่สนใจหายใจเข้า หายใจออกตามปกติธรรมด่า มีสติระลึกรู้อยู่ในขณะปัจจุบัน มีสติระลึกรู้อยู่อย่างนี้นับร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้งจนจิตตั้งมั่น แนบแน่นอยู่ กับลมหายใจนิ่งเป็นสมาธิ แล้วกำหนดรู้อาการนิ่งสงบของจิต จนนิ่งเป็นอุเบกขา เมื่อถึงขั้นนี้จะน้อมจิตไปทำสิ่งใดก็จะสำเร็จได้ดั่งใจหมาย เช่น สามารถ กำหนด รู้ความคิดของคนอื่นได้เป็นต้น(20)</p><p> &#160; &#160; เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช พระองค์ได้ไปศึกษาศาสตร์นี้จากสำนักฤษีต่างๆ ที่มีอยู่ในสมัยนั้นจนหมดความรู้อาจารย์ แต่เมื่อออกจากสมาธิ กิเลสตัณหาก็ยังมีอยู่เท่าเดิม ยังมีความกลัวความกังวลอยู่ พระองค์จึงตัดสินพระทัยศึกษาค้นคว้าหาวิธีดับทุกข์ด้วยพระ องค์เอง ด้วยการเจริญวิปัสสนา(21)</p><p> &#160; &#160; เมื่อเกิดวิปัสสนาปัญญญารู้แจ้งอยู่ไปตามลำดับครบ ๑๖ขั้นจะบรรลุ โสดาบัน เที่ยวที่ ๒ บรรลุสกทาคามี เที่ยวที่ ๓ บรรลุอนาคามี เที่ยวที่ ๔บรรลุพระอรหันต์เข้าถึงพระนิพพาน(22) ดับทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงไม่ต้องเกิดใหม่อีกต่อไป เมื่อไม่ต้องเกิดอีกก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย และไม่ต้องทุกข์ กายทุกข์ใจอีกต่อไป การตายอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จึงเรียกว่าดับขันธปรินิพพาน ดับทั้งกายดับทั้งจิต ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป </p><p>อ้างอิง..พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(เล่มที่ / หน้าที่) <br />1. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก. ๒๕/๔๗๖,๓๑/๔๐๐<br />2. ดูรายละเอียดใน ไตรปิฎก. ๑๐/๑-๑๐<br />3. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก. ๑๖/๒๒๓<br />4. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๖/๒๒๗<br />5. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๔/๓๕๐-๓๖๕<br />6. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๕/๒๒๓<br />7. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๙/๕๓๔<br />8. ดูรายละเอียดพระไตรปิฎก.๑๑/๒๒๒ ,อรรถกถาอังคุตตรนิกาย(บาลี)๑/๑๖๔<br />9. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๕/๖๘<br />10. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๒๐/๓๐๑<br />11. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก๑๕/๗๐<br />12. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๓๑/๙๗<br />13. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๑๙/๕๔๔, ๑๔/๑๘๖, ๒๐/๓๑๕, ๒๕/๑๒<br />14. ดูรายละเอียด ในวิสุทฺธชนวิลาสินี(บาลี)๑/๑๒๐<br />15. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๓๓/๗๒๓<br />16. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๒๐/๓๘๐ , ๒๕/๒๙๒<br />17. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๑๓/๓๙๖,อรรถกถามัชฌิมนิกาย(บาลี) ๑/๑๙๙<br />18. ดูรายละเอียด ในวิสุทฺธิมรรค(บาลี)๑/๑๓๒-๑๔๙<br />19. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๑๒/๑๐๑<br />20. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๑๐/๑๔๒, ๒๒/๓๖<br />21. ดูรายละเอียดพระไตรปิฎก.๑๙/๔๖๑,อรรถกถาอังคุตตรนิกาย(บาลี)๑/๘๑๓๓<br />22. ดูรายละเอียด ในพระไตรปิฎก.๓๑/๑-๑๖,๒๕/๗๒๐</p><p>http://dungtrin.com/</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (montasavi)]]></author>
			<pubDate>Fri, 10 Aug 2007 18:51:05 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83536#p83536</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83523#p83523</link>
			<description><![CDATA[<p>ความสงบทางจิตใจ</p><p>สาธุด้วยคน</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com ([MasteR]School)]]></author>
			<pubDate>Fri, 10 Aug 2007 15:25:01 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83523#p83523</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[Re: การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83522#p83522</link>
			<description><![CDATA[<p>ถึงมันจะเป็นเรื่องจริง</p><p>แล้วรู้ไปได้อะไร?</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (godome)]]></author>
			<pubDate>Fri, 10 Aug 2007 15:24:21 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83522#p83522</guid>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การกลับชาติมาเกิด]]></title>
			<link>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83517#p83517</link>
			<description><![CDATA[<p>ชาติหน้ามีจริงหรือ?&#160; &#160; &#160; </p><p>&#160; &#160; พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งกฎธรรมชาติว่า&#160; &#160;สัตว์ทุกชีวิตเคยเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน(1)&#160; &#160; ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่กันมาก่อนหาได้ยาก(2)&#160; &#160; &#160;บางชาติเกิดเป็นเทวดา&#160; &#160;บางชาติเป็นมนุษย์&#160; &#160; &#160;บางชาติเป็นสัตว์เดรัจฉาน&#160; บางชาติเกิดเป็นเปรต/อสุรกาย&#160; บางชาติต้องตกนรก&#160; &#160;ต้องเวียนว่ายตาย-เกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ตามอำนาจบุญและบาปที่ตนเองได้ทำไว้&#160; &#160; เหตุการณ์ทุกอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ไม่มีคำว่าโชคหรือบังเอิญทุกอย่างเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของเราในอดีตทั้งสิ้น(3)<br />......อ้างอิง...ดูรายละเอียดใน พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงการราชิวิทยาลัย (เล่มที่ / หน้าที่ ) <br />1. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๓&#160; &#160; <br />2. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๗&#160; &#160; <br />3. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ หน้าที่ ๓๕๐-๓๖๕</p><br /><br /><p>เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุควิทยาศาสตร์&#160; ความรู้หรือหลักวิชาการทุกอย่างต้องผ่านการทดสอบทดลองทางวิทยาศาสตร์เสียก่อนจึงจะเชื่อถือได้&#160; &#160;อย่างน้อยก็ต้องให้คนจบปริญญาเอกสักคนช่วยค้ำประกันให้&#160; ฉะนั้น จึงขอเสนอรายชื่อหนังสือที่เขียนโดยศาสตราจารย์ของฝรั่ง มีเนื้อหายืนยัน ว่าชาติหน้ามีจริงดังนี้<br />&#160; &#160; <br />๑. 23 ผู้กลับชาติมาเกิด&#160; โดย&#160; Ian Stevenson, M.D. (ศาสตราจารย์ น.พ.เอียน สตีเวนสัน)&#160; &#160;มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย&#160; พิมพ์โดย อภิธรรมมูลนิธิ หน้าพุทธมณฑล อ. พุทธมณฑล&#160; จ. นครปฐม 73170 </p><p>http://www.questbooks.net/author.cfm?authornum=237&#160; http://www.esolibris.com/articles/reincarnation/reincarnation_stevenson.php<br />http://www.rogerwoolger.com/pastlife.html<br />http://www.johnadams.net/how/index.html</p><p>Ian Stevenson, M.D. is known for his groundbreaking research into the phenomena of children who remember previous lives. From 1967-2001, Dr. Stevenson was the Director of the Division of Personality Studies at the University of Virginia. Ian Stevenson&#039;s research into cases of children who claim to remember previous lives has taken him around the world. He employs rigorous scientific methods in his research into such cases. His Twenty Cases Suggestive of Reincarnation, published in 1966, documented 20 cases in which reincarnation was offered as the most plausible explanation for the phenomena. Dr. Stevenson is the author of many other books, including Unlearned Language (1984), Children Who Remember Previous Lives:&#160; A Question of Reincarnation (1987), Where Reincarnation and Biology Intersect (1997), and European Cases of the Reincarnation Type (2003). Available titles by Ian Stevenson:<br />http://www.questbooks.net/author.cfm?authornum=237</p><p>๒. ชาติภพ&#160; &#160;โดย Brian L.Weiss,M.D.&#160; &#160;( มหาวิทยาลัยไมอามี่)&#160; &#160;จุไรรัตน์ อารยะกิตติพงศ์&#160; แปล สำนักพิมพ์มติชน ๑๒ ถ.เทศบาลนฤมาล ประชาชื่น๑ กทม.&#160; ๑๐๙๐๐</p><p>http://www.matichonbook.com/images/cover/L470426102702.jpg<br />ชื่อหนังสือ : ชีวิตระหว่างภพ (Life between Life) <br />หมวด : สารคดี -- สิ่งลี้ลับ/ความเชื่อ <br />ผู้แต่ง : อรทัย เจริญชาติ<br />จัดพิมพ์โดย : สนพ.มติชน<br />พิมพ์ครั้งที่ 4 : สำนักพิมพ์มติชน กันยายน 2548<br />กระดาษปอนด์เหลือง ปกอ่อน<br />จำนวนหน้า : 267 หน้า<br />ขนาดหนังสือ : 14.6 cm. x 25 cm.<br />ISBN : 974-322-433-5</p><p>๓. ประจักษ์พยานตายแล้วเกิด โดย&#160; &#160;ดร. บุณย์ นิบเกษ โรงพิมพ์สหมิตรออฟเซท ๔๘ /๕๔&#160; ถนนพระสุเมรุ&#160; &#160;บ้านพานถม&#160; พระนคร กทม. ๑๐๒๐๐โทร.๒๘๒๒๒๐๘&#160; พิมพ์ครั้งที่ ๓</p><p>๔. จิตใต้สำนึกกับการระลึกชาติ&#160; โดย Jess Stearn&#160; &quot;ทศยุทธ์&quot; แปล สำนักพิมพ์เรืองบุญ ๑๐/๐&#160; ม.๗ ต.บางกระสอ&#160; &#160;อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ&#160; <br />&#160; &#160; &#160; <br />๕. ๒๕ ผู้ระลึกชาติ&#160; &#160;โดย&#160; นที ลานโพธิ&#160; &#160;และคณะ&#160; &#160; สำนัก พิมพ์ธารบัวแก้ว&#160; &#160; ๒๕/๕/๕๔ ซ.หมู่บ้านเจริญรัตน์ ถ.ประชาราษฏร์ ๑๖&#160; ต.ตลาดขวัญ&#160; &#160;จ.นนทบุรี&#160; </p><p>๖. แว่นส่องจักรวาฬ&#160; โดย พ.ต.อ.ชลอ อุทกภาชน์ ธ.บ. โรงพิมพ์รุ่งเรืองรัตน์ ๔๗&#160; ถ.เฟื่องนคร พระนคร กรุงเทพฯ ๒๕๐๒ (นายรวล รุ่งเรืองธรรม)</p><p>&#160; &#160; เนื้อหาของหนังสือทั้ง ๖ เล่มนี้จะบอกให้รู้ว่า เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด นรก สวรรค์ มิใช่เป็นความเชื่อของชาวพุทธ&#160; แต่เป็นกฏธรรมชาติที่มีอยู่คู่โลกและจักรวาล&#160; ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเชื่อหรือไม่เชื่อ&#160; จะนับถือศาสนา/ศาสดาองค์ใดก็ตาม&#160; ถ้าหากเขายังมีกิเลสตัณหาในจิตใจอยู่&#160; &#160;เขาก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภูมิทั้ง ๓๑ ไม่มีที่สิ้นสุด ต้องเวียนสุขเวียนทุกข์&#160; เป็นเทพบ้าง&#160; เป็นมนุษย์บ้าง&#160; เป็นสัตว์เดรัจฉานบ้าง&#160; &#160;ตกนรกบ้าง&#160; &#160;ตามอำนาจบุญและบาปที่ตนเองได้ทำไว้ไม่มีที่สิ้นสุด</p>]]></description>
			<author><![CDATA[dummy@example.com (montasavi)]]></author>
			<pubDate>Fri, 10 Aug 2007 15:12:42 +0000</pubDate>
			<guid>https://suannonboard.com/viewtopic.php?pid=83517#p83517</guid>
		</item>
	</channel>
</rss>
